Showing posts with label สรรพคุณฟักทอง. Show all posts
Showing posts with label สรรพคุณฟักทอง. Show all posts

Saturday, November 17, 2012

ฟักทอง..........ช่วยคุณได้

ฟักทอง..........ช่วยคุณได้



ฟักทอง เป็นพืชผักสวนครัวเก่าแก่ที่คนโบราณรู้จักดี

และนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารทั้งคาวและหวานมากมายหลายชนิด มีลักษณะเป็นพืชเถาเลื้อย ปลูกง่ายให้ผลเร็ว

โดยใช้เมล็ดปลูกในดินร่วนหรือดินปนทราย

ฟักทองจะเจริญเติบโตแตกยอดผลิดอก ออกผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหน้าฝน

และเคล็ดลับที่จะทำให้ฟักทองออกผลดก ต้องหมั่นเด็ดยอดไปทำอาหารบ่อย ๆ

คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานฟักทองเป็นผัก
• ยอดอ่อน
• ใบ และ
• ดอกตูม

นำไปลวกหรือต้มให้สุกรับประทานร่วมกับน้ำพริก ยอด ดอก

รวมถึงผลของฟักทอง
• สามารถนำไปใช้ในแกงเลียง
• แกงส้ม
• ผัดใส่ไก่หรือหมู ใส่ในแกงแคหรือแกงลาว แกงอ่อม แกงใส่กะทิ ต้มกะทิ แกงเผ็ด

รวมทั้งมีการดัดแปลงเป็นผักใส่ในแกงไตปลาของภาคใต้

นอกจากนี้ยังทำเป็นของหวานได้ เช่น

• ฟักทองเชื่อม
• สังขยาฟักทองและฟักทองแกงบวบ
• ฟักทองสังขยา
• ฟักทองนึ่งมะพร้าวเกลือ
• บัวลอยฟักทอง

อาหารว่าง เช่น

• ข้าวเกรียบฟักทอง
• น้ำฟักทอง

ส่วนเมล็ด ฟักทอง

• นำมาอบ หรือคั่วกับเกลือ ทานเป็นของขบเคี้ยว
• และส่วนเมล็ด ของฟักทองก็มีแป้งและน้ำมัน รสมัน

ประโยชน์ที่ได้จากฟักทอง

รวมถึงสารอาหารบำรุงร่างกายต่างๆ ที่สำคัญได้แก่

• วิตามินบี
• วิตามินเอ
• วิตามินซี และ
• ธาตุฟอสฟอรัส

มีสารสังเคราะห์จากพืชประเภทแคโรทีนอยด์ เช่น

เบต้าแคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ มีอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง มีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้

หากกินฟักทองทั้งเปลือกจะได้ฤทธิ์ทางยา

สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเส้นเลือด

• ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต
• นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงตับ ไต นัยน์ตา และ
• สร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป

ในบางครั้งบางเวลาเราอาจจะใช้เมล็ดฟักทอง

ถ่าย พยาธิลำไส้ พยาธิตัวตืด หรือนำไปคั่วกินเป็นอาหารว่าง และสามารถป้องกันการเกิดนิ่ว ก็ให้รับประทานน้ำมันละหุ่งระบายตามเพื่อ ให้ถ่ายพยาธิออกมาได้ เนื่องจากเมล็ดฟักทองมีแร่ธาตุฟอสฟอรัส สังกะสีสูง

ฟักทองเป็นพืชผักที่มีกากใยมากพอสมควร

• ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และไม่ทำให้อ้วน เพราะมีแคลอรีไม่สูงมาก

• ผู้ต้องการมีรูปร่างสวยงามควรบริโภคเป็นประจำและฟักทองยังมีวิตามินสูง

• ซึ่งช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล และสายตาอีกด้วย

ใครจะทราบว่าฟักทองจะเหมาะสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร

เนื่อง จากขาดธาตุฟอสฟอรัสและที่สำคัญเสี่ยงกับการเกิดหน้าท้องลาย มีฤทธิ์อุ่น ช่วยย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอุ่น บำรุงกำลัง ลดอาการอักเสบ แก้ปวด

ข้อควรระวังคนที่กระเพราะร้อน

(คือ มีอาการกระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหลือง ปัสสาวะน้อย ท้องผูก ถ้าร้อนมากขึ้นไปอีก อาจพบแผลใน ช่องปาก ปากเปื่อย เหงือกบวมแดง ชอบทานน้ำเย็น)

ไม่ควรกินฟักทองให้มาก เพราะฟักทองจัดเป็นยาาร้อน แม้คนปกติเอง ถ้ากินครั้งเดียวมากๆ ก็อาจจะทำให้มี อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้

จากสรรพคุณที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ มีคุณประโยชน์มากมายและหลายหลาก แล้วคุณยังจะรีรอที่จะหาฟักทองมารับประทานกันอีกหรือ?



ข้อมูลดีๆจาก.teenee.com

คุณค่าทางโภชนาการฟักทอง



       มีสารอาหารบำรุง ร่างกายมากมายเช่น วิตามินเอ บี ซี และธาตุฟอสฟอรัส และที่สำคัญสารเบต้าแคโรทีน ที่มีอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทองยังมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้ หาก กินฟักทองทั้งเปลือกจะได้ฤทธิ์ทางยา สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงตับ ไต นัยน์ตา และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป นอกจากนี้ฟักทองยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล เหมาะสำหรับหลังคลอดบุตร ที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส และเสี่ยงกับการเกิดหน้าท้องลาย


น้ำฟักทอง

              เมล็ดฟักทองมีสารชื่อ คิวเคอร์บิติน (cucurbitine) มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวตืดได้ เตรียม ได้จากเมล็ดฟักทองประมาณ 60 กรัม ทุบให้แตก ผสมกับน้ำตาล นม และน้ำเติมลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 ชั่วโมง หลังจากให้ยาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงให้รับประทานยาระบายน้ำมันละหุ่ง 2 ช้อนโต๊ะ ส่วน เนื้อฟักทองมีแป้งและน้ำตาลประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เส้นใย 1 เปอร์เซ็นต์ และมีวิตามินซีในปริมาณสูง นอกจากนั้นยังมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่สูงมากเช่นกัน

ฟักทอง เป็นพืชตระกูลมะระ จัดเป็นไม้เถาขนาดใหญ่ เลื้อยตามดิน ยาว 5-12 เมตร เถา ก้านใบ แผ่นใบ ก้านดอก กลีบเลี้ยง และผลอ่อนมีขนยาว ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว เว้าเป็นหยัก ดอกเดี่ยว ดอกตัวผู้กับตัวเมีย แยกกันแต่อยู่ในเถาเดียวกัน ผิวผลเมื่อยังอ่อนออกสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวสลับเหลือง ผิวขรุขระ เปลือกแข็ง เนื้อในสีเหลือง ไส้เส้นใยสีเหลืองนิ่ม มีเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่จำนวนมาก


แนะนำส่วนผสมของน้ำฟักทอง

ฟักทองนึ่งสุก 1 ถ้วย
น้ำสะอาด 3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 100 กรัม หรือน้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น

วิธีทำ

ปอก เปลือกฟักทอง นึ่งให้สุก ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำ ปั่นให้ละเอียด เทใส่ภาชนะนำไปตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น ชิมรสตามใจชอบ กรองด้วยผ้าขาวบางใส่หม้อตั้งไฟพอเดือด ยกลง จะได้น้ำฟักทองสีเหลือง มีรสหวานมัน เทใส่ขวด นำไปแช่เย็น หรือนำฟักทองไปนึ่งให้สุก แล้วนำมาใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ แล้วปั่นให้ละเอียด นำไปตั้งไฟต้มจนเดือด เติมน้ำเชื่อม และเกลือลงไป ชิมรส เมื่อได้รสชาติตามชอบแล้วยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เราก็จะได้น้ำฟักทองสีเหลืองน่ารับประทาน

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อฟักทอง มีวิตามินเอสูงมาก มีฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง สารสีเหลือง โปรตีน
ใบ อ่อน มีวิตามินเอสูงเท่ากับเนื้อฟักทอง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อ ดอก มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีวิตามินซีเล็กน้อย เมล็ด มีน้ำมัน แป้ง ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน

สรรพคุณ

เมล็ด ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ และบำรุงร่างกาย
ราก บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถอนพิษของฝิ่น
น้ำมันจากเมล็ด บำรุงประสาท
เยื่อกลางผล พอกแก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ

ในทาง โหราศาสตร์ได้จัดแบ่งราศีเกิดของคนเราตามการหมุนของดวงอาทิตย์ไว้ 12 ราศี แต่ละราศีจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของแต่ละคน และมีผลต่อร่างกายของคนเรา ซึ่งประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ บุคคลแต่ละคนจะมีธาตุหนึ่งธาตุใดในร่างกายเด่นชัดออกมา และจะแสดงออกเป็นบุคลิก นิสิยใจคอ อารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ได้


ธาตุดิน ได้แก่ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ราศีกันย์ และราศีธนู มักจะชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวาน รสมัน และรสเค็ม

รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขามป้อม น้ำลูกหว้า
รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย
รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว
รสเค็ม เช่น เกลือ

                                                              

          ปัจจุบัน กระแสนิยมน้ำสมุนไพร ซึ่งเป็นน้ำดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช เช่น ผลไม้ หรือ ธัญพืชต่างๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล การเตรียมน้ำสมุนไพรไว้ดื่มเองนั้น ราคาจะย่อมเยา สะอาด ปราศจากสารพิษรสชาติจะถูกปากของแต่ละบุคคล นอกจากนี้คุณค่าและประโยชน์ของน้ำสมุนไพรยังเชื่อว่ามีมากมายหลายประการ โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรให้คุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกายโดยตรง มีผลต่อระบบการย่อยอาหาร เจริญอาหาร ให้พลังงาน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ร่างกายกระชุ่มกระชวย และอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และยังช่วยบำรุงเส้นผม ช่วยควบคุมไขมันส่วนที่เกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสารอาหารในน้ำสมุนไพรช่วยควบคุมระบบการทำงานของร่างกายทำให้สาร อาหารชนิดอื่นได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ควร เลือก สมุนไพรสด เลือกที่สดๆ เก็บจากต้นใหม่ๆ ตามฤดูกาล สีสรรเป็นธรรมชาติตามชนิดของสมุนไพร ไม่มีรอยช้ำเน่าเสีย ความสดทำให้มีรสชาติดี มีคุณค่ามากกว่า หากใช้สมุนไพรแห้ง การซื้อควรดูที่ความสะอาด สีสรรไม่คล้ำมาก เช่น กระเจี๊ยบแห้ง ควรมีสีแดงคล้ำแต่ไม่ดำ มะตูมแห้งควรมีสีน้ำตาลออกแดง จะต้องไม่มีกลิ่นของปัสสาวะ หรือ อุจจาระสัตว์ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้รูป กลิ่น สี ของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป


อย่าง ไรก็ตาม น้ำสมุนไพรบางชนิดดื่มลำบากในช่วงแรก อาจทำให้รู้สึกอึดอัด เนื่องจากรสชาติไม่ค่อยตรงกับรสนิยมของผู้ดื่ม วิธการดื่มที่ดี ควรดื่มแบบจิบช้าๆ และควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยามากกว่าปล่อยทิ้งไว้นานแล้วดื่ม เพราะทำให้คุณค่าลดลง นอกจากนี้การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียวกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกาย และพบว่าการดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆ ที่มีอุณหภูมิ 60 องศา เซลเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็งหรือจุลินทรีย์ปนเปื้อนได้ง่าย


ข้อมูล :
http://www.horapa.com

สรรพคุณฟักทอง

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

สรรพคุณฟักทอง

ฟักทอง เป็นพืชผักสวนครัวเก่าแก่ที่คนโบราณรู้จักดีและนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบ อาหารทั้งคาวและหวานมากมายหลายชนิด มีลักษณะเป็นพืชเถาเลื้อย ปลูกง่ายให้ผลเร็ว โดยใช้เมล็ดปลูกในดินร่วนหรือดินปนทราย ฟักทองจะเจริญเติบโตแตกยอดผลิดอก ออกผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหน้าฝนและเคล็ดลับที่จะทำให้ฟักทองออกผลดก ต้องหมั่นเด็ดยอดไปทำอาหารบ่อย ๆ

คน ส่วนใหญ่นิยมรับประทานฟักทองเป็นผัก ยอดอ่อน ใบ และดอกตูม นำไปลวกหรือต้มให้สุกรับประทานร่วมกับน้ำพริก ยอด ดอกรวมถึงผลของฟักทองสามารถนำไปใช้ในแกงเลียง แกงส้ม ผัดใส่ไก่หรือหมู ใส่ในแกงแคหรือแกงลาว แกงอ่อม แกงใส่กะทิ ต้มกะทิ แกงเผ็ด รวมทั้งมีการดัดแปลงเป็นผักใส่ในแกงไตปลาของภาคใต้ นอกจากนี้ยังทำเป็นของหวานได้ เช่น ฟักทองเชื่อม สังขยาฟักทองและฟักทองแกงบวบ ฟักทองนึ่งมะพร้าวเกลือ บัวลอยฟักทอง อาหารว่าง เช่น ข้าวเกรียบฟักทอง น้ำฟักทอง ส่วนเมล็ด ฟักทอง นำมาอบ หรือคั่วกับเกลือ ทานเป็นของขบเคี้ยว และส่วนเมล็ด ของฟักทองก็มีแป้งและน้ำมัน รสมัน

ประโยชน์ที่ได้จากฟักทอง รวมถึงสารอาหารบำรุงร่างกายต่างๆ ที่สำคัญได้แก่

วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินซี และธาตุฟอสฟอรัส มีสารสังเคราะห์จากพืชประเภทแคโรทีนอยด์ เช่น เบต้าแคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ มีอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง มีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้ หาก กินฟักทองทั้งเปลือกจะได้ฤทธิ์ทางยา สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ในเส้นเลือดป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงตับ ไต นัยน์ตา และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป ใน บางครั้งบางเวลาเราอาจจะใช้เมล็ดฟักทอง ถ่ายพยาธิลำไส้ พยาธิตัวตืด หรือนำไปคั่วกินเป็นอาหารว่าง และสามารถป้องกันการเกิดนิ่ว ก็ให้รับประทานน้ำมันละหุ่งระบายตามเพื่อ ให้ถ่ายพยาธิออกมาได้ เนื่องจากเมล็ดฟักทองมีแร่ธาตุฟอสฟอรัส สังกะสีสูง ฟักทองเป็นพืชผักที่มีกากใยมากพอสมควร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และไม่ทำให้อ้วน เพราะมีแคลอรีไม่สูงมาก ผู้ต้องการมีรูปร่างสวยงามควรบริโภคเป็นประจำและฟักทองยังมีวิตามินสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล และสายตาอีกด้วย

ใครจะทราบว่าฟักทองจะเหมาะสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร

เนื่อง จากขาดธาตุฟอสฟอรัสและที่สำคัญเสี่ยงกับการเกิดหน้าท้องลาย มีฤทธิ์อุ่น ช่วยย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอุ่น บำรุงกำลัง ลดอาการอักเสบ แก้ปวด

ข้อควรระวังคนที่กระเพราะร้อน

(คือ มีอาการกระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหลือง ปัสสาวะน้อย ท้องผูก ถ้าร้อนมากขึ้นไปอีก อาจพบแผลใน ช่องปาก ปากเปื่อย เหงือกบวมแดง ชอบทานน้ำเย็น) ไม่ควรกินฟักทองให้มาก เพราะฟักทองจัดเป็นยาร้อน แม้คนปกติเอง ถ้ากินครั้งเดียวมากๆ ก็อาจจะทำให้มี อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้

จากสรรพคุณที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ มีคุณประโยชน์มากมายและหลายหลาก แล้วคุณยังจะรีรอที่จะหาฟักทองมารับประทานกันอีกหรือ?

ข้อมูลจาก สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ